วิธีดูแลเครื่องปั่นไฟดีเซล (Diesel Generator) สำหรับการใช้งานจริง
เครื่องปั่นไฟที่ทำงานได้ดีไม่ได้เกิดจากโชคดี แต่เกิดจากการดูแลอย่างสม่ำเสมอและถูกวิธี หลายองค์กรลงทุนซื้อเครื่องปั่นไฟราคาหลักล้าน แต่กลับปล่อยให้เครื่องอยู่ในสภาพที่ไม่พร้อมใช้งาน จนกระทั่งวันที่ไฟฟ้าหลักดับจริง ๆ เครื่องกลับสตาร์ทไม่ติดหรือทำงานผิดปกติ บทความนี้จะแนะนำวิธีดูแลเครื่องปั่นไฟดีเซลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้เครื่องพร้อมใช้งานเสมอและมีอายุการใช้งานยาวนาน

หลักการ ดูแลเครื่องปั่นไฟดีเซล เบื้องต้น
การดูแลเครื่องปั่นไฟดีเซล (Diesel Generator) ไม่ใช่เรื่องยุ่งยากหากทำอย่างเป็นระบบและต่อเนื่อง สิ่งสำคัญคือการสร้างนิสัยในการตรวจสอบและบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอ
การตรวจเช็กก่อนใช้งาน
ก่อนสตาร์ทเครื่องทุกครั้ง ควรทำการตรวจเช็กพื้นฐานเหล่านี้
- ตรวจระดับน้ำมันเครื่อง – เปิดดูที่แท่งวัดน้ำมันว่าอยู่ในระดับที่เหมาะสม หากต่ำกว่าเกณฑ์ต้องเติมให้พอก่อนสตาร์ท การใช้งานในระดับน้ำมันต่ำอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้
- ตรวจระดับน้ำหล่อเย็น – ตรวจดูที่ถังน้ำว่ามีน้ำเพียงพอหรือไม่ หากขาดต้องเติมน้ำกลั่นหรือน้ำยาหล่อเย็นตามคำแนะนำของผู้ผลิต
- ตรวจสายพานและท่อต่าง ๆ – ดูว่าสายพานมีความตึงเหมาะสม ไม่แตกหรือชำรุด และท่อต่าง ๆ ไม่มีรอยรั่วของน้ำมันหรือน้ำ
- ตรวจแบตเตอรี่ – ตรวจดูว่าขั้วแบตเตอรี่สะอาด ไม่มีคราบสนิม และแบตมีประจุเพียงพอ
ดังนั้น เตรียมจัดทำเอกสาร Check List ตามรายการดังกล่าว การตรวจเช็กเหล่านี้ใช้เวลาไม่นาน แต่ช่วยป้องกันปัญหาใหญ่ได้มาก
การใช้งานให้เหมาะกับโหลด
เครื่องปั่นไฟดีเซลควรทำงานในระดับโหลดที่เหมาะสม คือประมาณ 60-80% ของกำลังสูงสุด การใช้งานในโหลดต่ำเกินไปเป็นเวลานาน เช่น ต่ำกว่า 30% อาจทำให้เกิดปัญหา “Wet Stacking” ซึ่งเป็นการสะสมของเชื้อเพลิงที่ไม่ไหม้หมดในระบบไอเสีย ในทางกลับกัน การใช้งานในโหลดสูงเกินไป (Overload) จะทำให้เครื่องร้อนเร็วและชำรุดง่าย
การดูแลเครื่องปั่นไฟดีเซล ระหว่างการใช้งาน
ขณะที่เครื่องกำลังทำงาน การสังเกตและควบคุมการทำงานอย่างใกล้ชิดจะช่วยป้องกันปัญหาที่อาจเกิดขึ้นได้ ปัญหาส่วนใหญ่มักเริ่มจากสัญญาณเล็ก ๆ ที่ถูกมองข้าม หากสามารถสังเกตเห็นและแก้ไขได้ทันท่วงที ก็จะป้องกันไม่ให้เครื่องเสียหายหรือหยุดทำงานกะทันหัน
ควบคุมอุณหภูมิและการระบายความร้อน
เครื่องปั่นไฟดีเซลผลิตความร้อนสูงขณะทำงาน การระบายความร้อนที่ไม่ดีเป็นสาเหตุหลักของการเสียหายก่อนเวลาอันควร ต้องแน่ใจว่า
- มีการไหลเวียนอากาศที่ดี – พื้นที่รอบเครื่องต้องมีพื้นที่ว่างเพียงพอให้อากาศไหลเวียน ไม่ควรวางสิ่งของกีดขวางช่องลมเข้าหรือออก
- หม้อน้ำทำงานปกติ – ตรวจดูว่าพัดลมหม้อน้ำหมุนปกติ และไม่มีสิ่งสกปรกอุดตันครีบหม้อน้ำ
- อุณหภูมิไม่เกินที่กำหนด – หากเครื่องมีมาตรวัดอุณหภูมิ ต้องสังเกตว่าไม่เกินระดับปกติ หากอุณหภูมิสูงผิดปกติต้องหยุดเครื่องและตรวจสอบสาเหตุทันที
สังเกตเสียงและอาการผิดปกติ
ผู้ที่ใช้งานเครื่องปั่นไฟเป็นประจำควรคุ้นเคยกับเสียงและการทำงานปกติของเครื่อง เมื่อมีอาการผิดปกติ เช่น
- เสียงดังผิดปกติ เสียงเคาะ หรือเสียงแปลก ๆ
- ควันสีดำหรือสีขาวออกมามากผิดปกติ
- เครื่องสั่นสะเทือนมากกว่าปกติ
- กลิ่นไหม้หรือกลิ่นผิดปกติ
ควรหยุดเครื่องและตรวจสอบทันที อย่ารอจนเครื่องเสียหายหนัก หากปล่อยไว้นาน อาจจะสายเกินกว่าที่จะแก้ไขได้ทัน จนต้องเสียเงิน เสียเวลา จัดหาจัดซื้อใหม่อีกครั้ง
การบำรุงรักษาหลังใช้งาน
หลังจากใช้งานเสร็จ การดูแลเครื่องอย่างเหมาะสมจะช่วยยืดอายุการใช้งานและเตรียมเครื่องให้พร้อมสำหรับครั้งต่อไป
การทำความสะอาด
การทำความสะอาดเป็นงานพื้นฐานที่สำคัญแต่มักถูกมองข้าม ควรทำความสะอาด
- ตัวเครื่องและครีบหม้อน้ำ – เช็ดฝุ่นและคราบสกปรกออกจากตัวเครื่อง ทำความสะอาดครีบหม้อน้ำด้วยแปรงหรือลมอัดเพื่อไม่ให้ฝุ่นอุดตัน
- กรองอากาศ – ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนกรองอากาศเป็นประจำ กรองอากาศที่อุดตันจะทำให้เครื่องยนต์ได้รับอากาศไม่เพียงพอ ส่งผลต่อประสิทธิภาพและอายุการใช้งาน
- พื้นที่รอบเครื่อง – ทำความสะอาดพื้นที่รอบเครื่อง เก็บขยะ ฝุ่น หรือสิ่งสกปรกที่อาจติดไฟได้
การพักเครื่องและจัดเก็บ
หากไม่ได้ใช้เครื่องเป็นเวลานาน ควรทำตามขั้นตอนเหล่านี้
- เติมน้ำมันเชื้อเพลิงให้เต็มถัง – เพื่อป้องกันการเกิดสนิมในถังเชื้อเพลิง เพราะถังที่มีพื้นที่ว่างจะมีอากาศและความชื้นสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดสนิมและการเสื่อมสภาพของเชื้อเพลิง
- ถอดแบตเตอรี่หรือชาร์จเป็นประจำ – หากไม่ใช้งานนาน ๆ แบตเตอรี่จะหมดประจุ ควรชาร์จเป็นประจำหรือถอดออกเก็บในที่แห้ง การปล่อยให้แบตหมดประจุนาน ๆ จะทำให้แบตเสื่อมสภาพเร็วและอาจเสียหายถาวร
- ครอบหรือป้องกันฝุ่น – ใช้ผ้าคลุมหรือที่ครอบเพื่อป้องกันฝุ่นและความชื้น ซึ่งอาจเข้าไปสะสมในระบบต่าง ๆ และทำให้เครื่องทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพเมื่อต้องใช้งานอีกครั้ง
ตารางการบำรุงรักษาที่ควรทำสม่ำเสมอ
การบำรุงรักษาอย่างเป็นระบบจะช่วยให้เครื่องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและยืดอายุการใช้งาน การมีตารางการบำรุงรักษา Generator ที่ชัดเจนและปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัดเป็นกุญแจสำคัญ
งานดูแลรายวัน
- ตรวจระดับน้ำมันเครื่องและน้ำหล่อเย็น
- ตรวจดูรอยรั่วของน้ำมันหรือน้ำ
- ทำความสะอาดเบื้องต้นและตรวจดูสภาพภายนอก
- บันทึกชั่วโมงการทำงาน
งานดูแลรายเดือน
- ทดสอบการทำงานของเครื่อง – สตาร์ทเครื่องและให้ทำงานโดยมีโหลดประมาณ 30-50 นาที เพื่อให้เครื่องยนต์ได้อุ่นเครื่องและป้องกัน Wet Stacking
- ตรวจสอบแบตเตอรี่ – วัดแรงดันแบตเตอรี่และตรวจสอบระดับน้ำกลั่นในแบตเตอรี่ (สำหรับแบตแบบเติมน้ำได้)
- ตรวจสายพานและท่อต่าง ๆ – ตรวจความตึงของสายพานและสภาพของท่อยางทั้งหมด
- ทำความสะอาดกรองอากาศ – ทำความสะอาดหรือเปลี่ยนกรองอากาศหากจำเป็น
งานดูแลรายปี
- เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Generator – เปลี่ยนน้ำมันเครื่องและไส้กรองน้ำมันตามระยะที่กำหนด โดยทั่วไปควรเปลี่ยนทุก 250-500 ชั่วโมงการทำงาน หรือปีละครั้งหากใช้งานไม่บ่อย สามารถอ่านขั้นตอนการเปลี่ยนน้ำมันเครื่อง Generator ได้ที่นี่
- เปลี่ยนกรองเชื้อเพลิง – เปลี่ยนกรองเชื้อเพลิงเพื่อป้องกันสิ่งสกปรกเข้าสู่ระบบฉีด
- ตรวจสอบระบบไฟฟ้า – ตรวจสอบการทำงานของ Alternator, Starter และระบบไฟฟ้าทั้งหมด
- ตรวจสอบวาล์วและหัวฉีด – ตรวจและปรับวาล์วให้อยู่ในสภาพที่ดี และตรวจสอบหัวฉีดว่าทำงานปกติ
- เปลี่ยนน้ำหล่อเย็น – เปลี่ยนน้ำหล่อเย็นและทำความสะอาดระบบหล่อเย็นทั้งหมด
เมื่อไหร่ควรเรียกช่างผู้เชี่ยวชาญ
แม้จะดูแลเองได้ในระดับหนึ่ง แต่งานบางอย่างควรให้ช่างผู้เชี่ยวชาญทำ เช่น
- การซ่อมแซมที่เกี่ยวข้องกับระบบไฟฟ้าหรือเครื่องยนต์ภายใน
- การตรวจสอบและปรับตั้งค่าเครื่องยนต์
- เมื่อพบปัญหาที่ไม่สามารถแก้ไขเองได้
- การบำรุงรักษาครบรอบตามคู่มือที่ต้องใช้เครื่องมือพิเศษ
การใช้บริการจากผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ เช่น Grandline Innovation ที่มีทีมช่างเทคนิคผู้เชี่ยวชาญและอะไหล่แท้ YUCHAI พร้อมให้บริการ จะช่วยให้มั่นใจว่าเครื่องได้รับการดูแลอย่างถูกต้องและครบถ้วน
จุดที่มักถูกมองข้ามในการดูแลเครื่องปั่นไฟ
มีหลายจุดที่ผู้ใช้งานมักลืมหรือมองข้าม ซึ่งหากปล่อยทิ้งไว้อาจกลายเป็นปัญหาใหญ่
น้ำมันเครื่องและไส้กรอง
น้ำมันเครื่องเป็นหัวใจของการหล่อลื่นเครื่องยนต์ หากใช้น้ำมันที่เสื่อมสภาพหรือไม่เปลี่ยนตามกำหนด จะทำให้ชิ้นส่วนภายในสึกหรอเร็ว ควรใช้น้ำมันเครื่องที่เหมาะสมตามคำแนะนำของผู้ผลิต และเปลี่ยนตามระยะที่กำหนดอย่างเคร่งครัด ไส้กรองน้ำมันก็ต้องเปลี่ยนพร้อมกับน้ำมันเครื่องทุกครั้ง เพราะหากไส้กรองอุดตันจะทำให้น้ำมันไหลเวียนไม่ดี
นอกจากนี้ยังต้องใช้น้ำมันเครื่องที่มีคุณภาพและเกรดที่เหมาะสม การใช้น้ำมันราคาถูกที่ไม่ได้มาตรฐานอาจทำให้เครื่องยนต์เสียหายได้ โดยเฉพาะเครื่องยนต์ดีเซลสมัยใหม่ที่มีความแม่นยำสูง
ระบบไฟและแบตเตอรี่
ระบบไฟฟ้าและแบตเตอรี่เป็นอีกจุดที่มักถูกมองข้าม หลายคนคิดว่าเครื่องปั่นไฟไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ ความจริงแล้วแบตเตอรี่เป็นส่วนสำคัญในการสตาร์ทเครื่อง หากแบตหมดหรือเสื่อม เครื่องจะสตาร์ทไม่ติด โดยเฉพาะในสถานการณ์ฉุกเฉินที่ต้องการให้เครื่องทำงานทันที
ควรตรวจสอบแบตเตอรี่เป็นประจำ
- ตรวจแรงดันแบตเตอรี่ – ควรมีแรงดันประมาณ 12.4-12.7 V เมื่อไม่ได้ใช้งาน
- ทำความสะอาดขั้วแบต – ขั้วแบตที่มีคราบสนิมจะทำให้กระแสไฟผ่านไม่ดี ควรทำความสะอาดด้วยน้ำอุ่นและแปรง
- ตรวจระดับน้ำกลั่น – สำหรับแบตแบบเติมน้ำได้ ต้องตรวจและเติมน้ำกลั่นเป็นประจำ
- ชาร์จแบตเป็นประจำ – หากไม่ได้ใช้เครื่องบ่อย ควรชาร์จแบตอย่างน้อยเดือนละครั้ง
นอกจากนี้ยังต้องตรวจสอบสายไฟ สายพานไดนาโม และระบบชาร์จว่าทำงานปกติ เพื่อให้แบตเตอรี่ได้รับการชาร์จที่เพียงพอขณะเครื่องทำงาน
ผลกระทบของการไม่ดูแลเครื่องปั่นไฟดีเซล
การละเลยการดูแลเครื่องปั่นไฟอาจนำมาซึ่งผลกระทบร้ายแรงทั้งในระยะสั้นและระยะยาว
อายุการใช้งานสั้นลง
เครื่องปั่นไฟดีเซลที่ได้รับการดูแลดีสามารถใช้งานได้นาน 15-20 ปี หรือมากกว่า แต่หากไม่ได้รับการบำรุงรักษาที่เหมาะสม อายุการใช้งานอาจสั้นลงเหลือเพียง 5-10 ปี หรือน้อยกว่า ชิ้นส่วนภายในเครื่องยนต์จะสึกหรอเร็ว ระบบต่าง ๆ ทำงานไม่เต็มประสิทธิภาพ และในที่สุดอาจต้องเปลี่ยนเครื่องใหม่ก่อนเวลาอันควร ซึ่งหมายถึงการสูญเสียเงินลงทุนอย่างมาก
ความเสี่ยงเครื่องขัดข้อง
ที่น่ากังวลกว่าอายุการใช้งานสั้นลงคือความเสี่ยงที่เครื่องจะเสียในเวลาที่ต้องการใช้งานจริง หลายองค์กรซื้อเครื่องปั่นไฟไว้เป็นระบบสำรอง แต่เมื่อไฟฟ้าหลักดับ เครื่องกลับสตาร์ทไม่ติดหรือทำงานไม่ได้ ส่งผลให้ธุรกิจหยุดชะงัก สูญเสียรายได้ หรือแม้กระทั่งเกิดอันตรายต่อชีวิต ในกรณีของโรงพยาบาลหรือศูนย์ควบคุมระบบสำคัญ
การบำรุงรักษาอย่างสม่ำเสมอจะช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ และทำให้มั่นใจได้ว่าเครื่องจะพร้อมทำงานเมื่อต้องการใช้งานจริง
สรุป
วิธี ดูแลเครื่องปั่นไฟดีเซล ไม่ใช่เรื่องซับซ้อน แต่ต้องอาศัยความสม่ำเสมอและความใส่ใจในรายละเอียด การตรวจเช็กก่อนใช้งาน การควบคุมการทำงานให้เหมาะสม การทำความสะอาดหลังใช้ และการบำรุงรักษาตามตารางที่กำหนด จะช่วยให้เครื่องปั่นไฟดีเซลของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีอายุการใช้งานยาวนาน และพร้อมใช้งานเสมอเมื่อคุณต้องการ การลงทุนเล็กน้อยในการบำรุงรักษาจะคุ้มค่ากว่าการต้องซ่อมแซมหรือเปลี่ยนเครื่องใหม่ก่อนเวลาอันควรมาก หากต้องการความช่วยเหลือหรือต้องการใช้บริการบำรุงรักษาจากผู้เชี่ยวชาญ Grandline Innovation พร้อมให้บริการด้วยทีมช่างที่มีประสบการณ์และอะไหล่แท้ครบครัน
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
โทรศัพท์: 025397999
Email: info@gli.co.th
LineOA: @gliofficial



