เครื่องปั่นไฟ ดีเซล ราคาเท่าไหร่ และอะไรเป็นตัวกำหนดราคา
การเลือกซื้อเครื่องปั่นไฟดีเซลสำหรับโครงการขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์ข้อมูล โรงงานอุตสาหกรรม หรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องการระบบสำรองไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง ราคาไม่ใช่แค่ตัวเลขที่ปรากฏในใบเสนอราคา แต่มันคือการคำนวณความคุ้มค่าระยะยาวที่ต้องพิจารณาหลายมิติ ตั้งแต่ความทนทาน ประสิทธิภาพ ไปจนถึงต้นทุนการดูแลรักษา บทความนี้จะช่วยให้เข้าใจภาพรวมของราคาเครื่องปั่นไฟดีเซลในตลาดปัจจุบัน พร้อมปัจจัยสำคัญที่ทำให้ราคาแตกต่างกัน

ราคาเครื่องปั่นไฟดีเซล โดยรวมในตลาด
ตลาดเครื่องปั่นไฟดีเซลในประเทศไทยมีความหนาแน่นสูง มีทั้งแบรนด์จีน ยุโรป ญี่ปุ่น และอเมริกา แต่ละแบรนด์มีจุดยืนด้านราคาที่แตกต่างกันตามกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย
ช่วง ราคาเครื่องปั่นไฟดีเซล ที่พบได้จริง
สำหรับโครงการอุตสาหกรรมที่ต้องการระบบไฟสำรองแบบต่อเนื่อง เครื่องปั่นไฟ ดีเซล ราคาจะแบ่งตามขนาดได้ดังนี้
- ขนาด 100-200 kVA (เหมาะกับโรงงานขนาดกลาง): ราคาอยู่ที่ประมาณ 400,000 – 1,200,000 บาท ขึ้นอยู่กับแบรนด์และสเปกเครื่องยนต์
- ขนาด 250-500 kVA (สำหรับอาคารพาณิชย์และโรงงานขนาดใหญ่): ราคาอยู่ในช่วง 1,500,000 – 3,500,000 บาท
- ขนาด 600 kVA ขึ้นไป (Data Center Tier 3, Tier 4 และศูนย์ข้อมูลระดับองค์กร): ราคาเริ่มต้นที่ 4,000,000 บาทขึ้นไป อาจถึง 15,000,000 บาทหากเป็นระบบควบคุมขั้นสูงพร้อม Redundancy
ความแตกต่างของราคาแต่ละกลุ่ม
แบรนด์ระดับพรีเมียมจากยุโรปและอเมริกามักมีราคาสูงกว่าแบรนด์จีนประมาณ 30-50% แต่สิ่งที่ต้องพิจารณาคือคุณภาพของเครื่องยนต์ ระบบควบคุม และการรับประกัน แบรนด์จีนคุณภาพสูงอย่าง YUCHAI ได้รับการยอมรับในตลาดโลกและส่งออกไปกว่า 180 ประเทศ มีมาตรฐาน ISO และ CE ทำให้เป็นทางเลือกที่น่าสนใจสำหรับองค์กรที่ต้องการความสมดุลระหว่างคุณภาพและราคา
ปัจจัยหลักที่ทำให้ ราคาเครื่องปั่นไฟดีเซล แตกต่างกัน
การกำหนดราคาเครื่องปั่นไฟดีเซลไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเครื่องเพียงอย่างเดียว แต่ยังมีหลายองค์ประกอบที่ส่งผลโดยตรงต่อราคารวม
ขนาดและกำลังไฟ
กำลังไฟที่วัดเป็น kVA (Kilovolt-Ampere) หรือ kW (Kilowatt) เป็นตัวกำหนดหลักของราคา เครื่อง 100 kVA อาจราคา 500,000 บาท ขณะที่เครื่อง 1,000 kVA อาจมีราคาสูงถึง 8,000,000 บาท เพราะต้องใช้เครื่องยนต์ที่ใหญ่กว่า ระบบเย็นที่ซับซ้อนกว่า และระบบควบคุมที่แม่นยำมากขึ้น
สำหรับศูนย์ข้อมูลระดับองค์กรที่ต้องการความเสถียรสูงสุด การเลือกเครื่องที่มีกำลังสำรอง (Standby Capacity) สูงกว่าโหลดปกติ 20-30% เป็นสิ่งจำเป็น ซึ่งหมายถึงต้องลงทุนในเครื่องขนาดใหญ่กว่าที่คำนวณไว้
ประเภทการใช้งาน
เครื่องปั่นไฟดีเซลแบ่งตามการใช้งานได้เป็น 3 ประเภทหลัก
- Standby (ไฟสำรอง): ใช้เฉพาะเมื่อไฟดับ ราคาต่ำกว่า เหมาะกับอาคารสำนักงานทั่วไป
- Prime Power (ใช้งานหลัก): รองรับการทำงานต่อเนื่อง 8-12 ชั่วโมงต่อวัน ราคาสูงขึ้น 15-25% เหมาะกับโรงงานในพื้นที่ห่างไกล
- Continuous (ใช้ต่อเนื่อง 24/7): ออกแบบสำหรับการทำงานไม่หยุด ราคาสูงสุด เหมาะกับศูนย์ข้อมูลระดับ Tier 3 และ Tier 4 ที่ต้องการความพร้อมใช้งานสูงสุด
มาตรฐานและคุณภาพเครื่อง
เครื่องที่มีมาตรฐานสากล เช่น ISO 8528, CE Marking, EPA Tier 3/4 มักมีราคาสูงกว่าเครื่องที่ไม่ได้รับการรับรอง แต่ก็ให้ความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัย ประสิทธิภาพ และการปล่อยมลพิษที่ต่ำกว่า ซึ่งเป็นข้อกำหนดบังคับสำหรับโครงการขนาดใหญ่และโครงการภาครัฐ
ราคาเครื่องปั่นไฟดีเซล ตามขนาด
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนยิ่งขึ้น เรามาดูรายละเอียดของราคาเครื่องปั่นไฟดีเซลแยกตามช่วงขนาดที่นิยมใช้ในอุตสาหกรรม
ขนาดเล็กถึงกลาง
เครื่อง 30-100 kVA เหมาะสำหรับโรงงาน SME ร้านค้า และอาคารพาณิชย์ขนาดเล็ก ราคาเริ่มต้นที่ 250,000 บาท สำหรับแบรนด์จีนคุณภาพดี ขึ้นไปถึง 800,000 บาทสำหรับแบรนด์ยุโรป ในช่วงนี้ความแตกต่างหลักอยู่ที่ระบบควบคุมอัตโนมัติและเสียงเครื่องยนต์
ขนาดกลางถึงใหญ่
เครื่อง 150-500 kVA เป็นขนาดที่นิยมมากที่สุดในกลุ่มโรงงานอุตสาหกรรมและอาคารสำนักงานขนาดใหญ่ ราคาเครื่องปั่นไฟดีเซลในช่วงนี้อยู่ที่ 1,000,000 – 4,000,000 บาท ขึ้นอยู่กับ
- ระบบ ATS (Automatic Transfer Switch) ที่ตอบสนองภายใน 10 วินาที
- ระบบ Remote Monitoring สำหรับติดตามสถานะแบบ Real-time
- ความสามารถในการทำงานแบบ Parallel (เชื่อมต่อหลายเครื่องทำงานพร้อมกัน)
ระบบสำหรับงานหนัก
สำหรับศูนย์ข้อมูลระดับ Enterprise, Telco และ Cloud Provider ที่ต้องการระบบมาตรฐาน Tier 3 หรือ Tier 4 เครื่อง 600-2,000 kVA เป็นขนาดที่ต้องใช้ ราคาเริ่มต้นที่ 4,500,000 บาทขึ้นไป บางโครงการที่ต้องการ N+1 Redundancy (เครื่องสำรองเพิ่มเติม) อาจมีงบประมาณรวมสูงถึง 30,000,000 บาท
ระบบเหล่านี้มักมาพร้อม BMS Integration, SCADA System, และระบบป้องกันความล้มเหลวแบบหลายชั้น ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับองค์กรที่ไม่สามารถยอมรับความเสี่ยงจากการหยุดทำงานได้เลย
ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่ควรรู้
การซื้อเครื่องเป็นเพียงส่วนหนึ่งของต้นทุนรวม ยังมีค่าใช้จ่ายอื่นที่ต้องนำมาคำนวณด้วย
ค่าติดตั้งและงานระบบ
การติดตั้งเครื่องปั่นไฟดีเซลอย่างถูกต้องต้องอาศัยความเชี่ยวชาญด้านวิศวกรรมไฟฟ้าและเครื่องกล ค่าติดตั้งโดยเฉลี่ยอยู่ที่ 10-15% ของราคาเครื่อง รวมถึง
- งานฐานรากและแท่นคอนกรีต
- ระบบท่อไอเสียและระบบระบายความร้อน
- ถังเชื้อเพลิงและระบบป้องกันการรั่วไหล
- การเชื่อมต่อกับระบบไฟฟ้าหลักและระบบสำรอง
สำหรับโครงการขนาดใหญ่ เช่น ศูนย์ข้อมูลที่ต้องการระบบ Redundancy ค่าติดตั้งอาจสูงถึง 20-25% เพราะความซับซ้อนของงานระบบ
ระบบควบคุมและความปลอดภัย
ระบบควบคุมอัจฉริยะที่ทันสมัย เช่น Remote Monitoring, Load Management, และ Predictive Maintenance มีราคาเพิ่มเติม 100,000 – 500,000 บาท แต่ช่วยลดต้นทุนการดูแลในระยะยาวและป้องกันความเสียหายจากการทำงานผิดปกติ
สำหรับโครงการที่ต้องการความปลอดภัยสูง การติดตั้งระบบดับเพลิงอัตโนมัติ ระบบตรวจจับก๊าซ และระบบป้องกันแรงสั่นสะเทือน อาจเพิ่มค่าใช้จ่ายอีก 200,000 – 800,000 บาท
ค่าดูแลระยะยาว
การบำรุงรักษาตามกำหนด (Preventive Maintenance) มีค่าใช้จ่ายประมาณ 2-3% ของราคาเครื่องต่อปี เครื่อง 2,000,000 บาทจะมีค่าดูแลประมาณ 40,000 – 60,000 บาทต่อปี รวมถึงการเปลี่ยนถ่ายน้ำมันเครื่อง ฟิลเตอร์ และการตรวจสอบระบบทุก 250-500 ชั่วโมงการทำงาน
การมีสัญญาบริการหลังการขายที่ดี พร้อมอะไหล่แท้และทีมช่างมืออาชีพ เป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยลดค่าใช้จ่ายจากการเสียเวลาหยุดทำงานและการซ่อมแซมฉุกเฉิน
เปรียบเทียบราคากับเครื่องปั่นไฟประเภทอื่น
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจนว่าทำไมเครื่องปั่นไฟดีเซลจึงเป็นทางเลือกยอดนิยมสำหรับงานขนาดใหญ่
เครื่องปั่นไฟดีเซลกับเบนซิน
เครื่องปั่นไฟเบนซินขนาดเดียวกันมีราคาถูกกว่า 20-30% แต่มีข้อจำกัดหลายประการ
- อายุการใช้งานสั้นกว่า (ประมาณ 3,000-5,000 ชั่วโมง เทียบกับ 15,000-30,000 ชั่วโมงของเครื่องดีเซล)
- ไม่เหมาะกับการใช้งานต่อเนื่องเกิน 4-6 ชั่วโมง
- ต้นทุนเชื้อเพลิงสูงกว่าเนื่องจากการสิ้นเปลืองมากกว่า
สำหรับโครงการอุตสาหกรรมและศูนย์ข้อมูลที่ต้องการความน่าเชื่อถือ เครื่องดีเซลจึงเป็นทางเลือกที่สมเหตุสมผลแม้จะมีราคาสูงกว่าตอนแรก
เครื่องปั่นไฟดีเซลกับระบบพลังงานอื่น
เครื่องปั่นไฟเชื้อเพลิงก๊าซ (Gas Generator) เป็นอีกทางเลือกที่น่าสนใจ โดยเฉพาะสำหรับโครงการที่ต้องการการใช้งานต่อเนื่อง 24/7 เช่น Smart Farm หรือโรงงานที่มีระบบ Cogeneration
ราคาเครื่องก๊าซขนาด 200 kVA เริ่มต้นที่ประมาณ 1,800,000 บาท สูงกว่าเครื่องดีเซลขนาดเดียวกัน 20-30% แต่มีข้อดี
- ต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำกว่าดีเซลประมาณ 30-40% (ขึ้นอยู่กับราคาก๊าซ)
- มลพิษต่ำกว่า เหมาะกับพื้นที่ที่มีข้อกำหนดด้านสิ่งแวดล้อมเข้มงวด
- เสียงเครื่องยนต์เบากว่า
แต่เครื่องก๊าซมีข้อจำกัดในเรื่องการจัดเก็บเชื้อเพลิง (ต้องมีถังก๊าซขนาดใหญ่) และโครงสร้างพื้นฐานในการจัดหาก๊าซ ทำให้ไม่เหมาะกับทุกพื้นที่
ประเมินความคุ้มค่าก่อนตัดสินใจ
การตัดสินใจลงทุนในเครื่องปั่นไฟดีเซลไม่ควรดูแค่ราคาซื้อขาย แต่ต้องคำนวณต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน
ราคาเครื่องกับต้นทุนรวม
ใช้สูตร Total Cost of Ownership (TCO) ในการประเมิน:
TCO = ราคาซื้อ + ค่าติดตั้ง + (ค่าเชื้อเพลิง + ค่าบำรุงรักษา) × จำนวนปี
เครื่องแบรนด์ราคาถูกอาจดูคุ้มค่าในตอนแรก แต่ถ้าต้นทุนซ่อมบำรุงสูงและอะไหล่หายาก อาจทำให้ TCO สูงกว่าเครื่องคุณภาพดีในระยะยาว
ตัวอย่าง: เครื่อง 200 kVA แบรนด์ A ราคา 800,000 บาท อาจมี TCO 10 ปีที่ 2,500,000 บาท ขณะที่เครื่องแบรนด์ B ราคา 1,200,000 บาท แต่มี TCO เพียง 2,300,000 บาท เพราะประหยัดเชื้อเพลิงกว่าและค่าซ่อมน้อยกว่า
เลือกให้เหมาะกับงานจริง
การเลือกเครื่องปั่นไฟดีเซลควรพิจารณา
- Load Profile: วิเคราะห์โหลดไฟฟ้าจริงในช่วงเวลาต่าง ๆ ไม่ควรเลือกเครื่องใหญ่เกินไปจนทำให้ประสิทธิภาพลดลง
- Runtime Requirements: ถ้าใช้งานเพียง 2-3 ชั่วโมงเดือนละครั้ง ไม่จำเป็นต้องลงทุนในเครื่องแบบ Continuous Duty
- Future Expansion: คำนึงถึงการขยายธุรกิจใน 3-5 ปีข้างหน้า การเลือกเครื่องที่มีกำลังสำรอง 20-30% จะช่วยรองรับการเติบโต
- Service Network: แบรนด์ที่มีศูนย์บริการและอะไหล่ในประเทศจะช่วยลดเวลาหยุดทำงานเมื่อเกิดปัญหา
สำหรับศูนย์ข้อมูลระดับองค์กร การเลือกผู้ให้บริการที่มีประสบการณ์ในงาน Infrastructure ขนาดใหญ่และมีทีมวิศวกรที่เข้าใจระบบ BMS, SCADA และ Redundancy เป็นปัจจัยสำคัญเท่า ๆ กับราคาเครื่อง
สรุป
เครื่องปั่นไฟดีเซล ราคามีความหลากหลายตั้งแต่หลักแสนบาทสำหรับเครื่องขนาดเล็ก ไปจนถึงหลักสิบล้านบาทสำหรับระบบขนาดใหญ่ที่ใช้ในศูนย์ข้อมูลและโรงงานอุตสาหกรรมหนัก ปัจจัยที่กำหนดราคาประกอบด้วยขนาดเครื่อง ประเภทการใช้งาน มาตรฐานคุณภาพ และระบบควบคุมที่ติดตั้ง
การเลือกเครื่องที่เหมาะสมควรมองไกลกว่าราคาซื้อขาย ต้องคำนึงถึงต้นทุนรวมตลอดอายุการใช้งาน ความน่าเชื่อถือ และการบริการหลังการขาย การปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่มีประสบการณ์จะช่วยให้ได้เครื่องที่คุ้มค่าและตอบโจทย์การใช้งานจริง
หากกำลังมองหา เครื่องปั่นไฟดีเซล (Diesel Generator) คุณภาพสูงในราคาที่แข่งขันได้ YUCHAI จาก Grandline Innovation เป็นทางเลือกที่น่าสนใจ ด้วยมาตรฐานระดับสากล บริการครบวงจร และทีมวิศวกรที่พร้อมให้คำปรึกษาเพื่อหาเครื่องที่เหมาะสมกับโครงการของคุณ
ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมได้ที่:
โทรศัพท์: 025397999
Email: info@gli.co.th
LineOA: @gliofficial



